วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วารสาร17


       ทักทายกัน....ประสาพี่น้อง
       เริ่มต้นเดือนด้วยการเลี้ยงส่งครูสฤษฎ์พงศ์ ถนัดเพิ่ม (นิน) และส่งท้ายด้วย เลี้ยงเกษียณ (ลาออก) นายมนต์  บุทอง (ตามน) ช่างไม้ 3    ใจหายนะครับสำหรับ 2 คนที่จากโรงเรียนเราไป  แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นธรรมดาของข้าราชการอย่างเรา
ขอขอบคุณทั้งสองท่านที่ได้ทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลังเมื่อครั้งอยู่ด้วยกัน ก็ขอให้ได้พบเจอแต่สิ่งที่ดีงามนะครับ
     ช่วงกลางเดือนเด็กๆ ได้ร่วมแข่งขันวิชาการเครือข่าย 23 ที่ ร.ร.บ้านตะโนน ครูของเรา 7 คน ส่งเด็ก 52 คน ใน 31 รายการ
ได้ 16 ทอง 6 เงิน 7 ทองแดง (เป็นตัวแทนเครือข่าย 5 รายการ) ต้องขอบคุณคณะครูที่ได้ร่วมฝึกซ้อมอย่างแข็งขันและที่สำคัญคือ ขอบใจเด็กๆ ที่ได้ตั้งใจและร่วมแข่งขันอย่างสมศักดิ์ศรีทุกคน นะครับ
เก็บเร่ืองราวมาเล่าบอก
...ทบทวนคำโบราณ  ในกาลปัจจุบัน....
        ความฮือฮาในช่วงเดือนที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นการท้าทายและทวงถามให้ทบทวนความถูกต้องของภาษิตโบราณ
    “รักวัวให้ผูก รักลูกให้(ตี หรือ กอด)”  ที่คนไทยใช้เป็นแนวทางสอนลูกหลานกันมารุ่นต่อรุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าคิดอยู่ไม่น้อย ในสังคมยุคลูกเทวดา อย่างนี้  แต่ข้อสรุปจากราชบัณฑิตยสถาน คือ ไม่เปลี่ยน   ก็เป็นอันว่า จบข่าว
ส่วนวงสนทนารอบนอกอย่างเราๆ ท่านๆ ก็คงได้คุยกันอีกยาวละครับ
       เพื่อไม่ให้ตกกระแส ผมก็เลยลองมองหาภาษิตและคำสอนที่เกี่ยวกับเด็กๆ และการศึกษาของเรา ว่ามีอะไรพอจะหยิบยกมาเป็นประเด็นได้บ้าง ก็ไปสะกิดใจกับคำสอนร่วมสมัยที่ว่า เด็กๆ ต้องเรียนให้มาก โตขึ้นจะได้สบาย  ฟังเหมือนไม่มีอะไรนะครับ  จนกระทั่งหลายวันก่อน ญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แกล้งกระเซ้าผมว่า เป็น ผอ. แล้วคง สบาย ขึ้นนะ ผมจำไม่ได้แล้วว่าตอบท่านไปอย่างไร แต่คำถามนี้มันรบกวนจิตใจผมมาตลอด ทำให้ผมสงสัยว่าคนส่วนใหญ่ ตีความว่า สบาย คืออะไร  เมื่อย้อนดูการทำงานร่วมกับพี่น้องเพื่อนครูของผมตลอดสิบห้าปีมานี้  พบความจริงที่น่าตกใจประการหนึ่งว่า พลังแห่งการสร้างสรรค์ การพัฒนาและความตื่นตัวของครูถูกจำกัดและแห้งหายไปเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้วงการครูของเราสูญเสียอัจฉริยภาพในตัวครูไปอย่างน่าเสียดาย  เป็นไปได้หรือไม่ว่า ครูเรากำหนดใจไปบังคับกายให้เชื่อว่า ความสบาย คือ การทำงานให้น้อยลง  ผ่อนแรงลง จนถึงขั้นไม่ทำอะไรเลย (ด้านวิชาการ) ท่านว่าจริงมั้ย....
           คำสอน ที่ให้เด็กๆ ทำทุกอย่างเพื่อให้โตขึ้นจะได้ สบาย นั้น เดินมาถูกทางมากน้อยเพียงใด
ถ้าเด็กๆ คิดว่าการพ้นวัยเด็กคือการมีงานทำ ความสบาย จะมาหา ดังคำสอนข้างต้น   และถ้าเขาเชื่อว่าความสบาย คือ การหยุดคิด
 หยุดพัฒนา แล้วหันมาดื่มด่ำกับความสะดวก นานาประการแล้วนั้น   ภาพของสังคมเราในภายหน้าจะเป็นอย่างไร?
    ฝากไว้ให้คิด  
      ลองย้อนดูเส้นทางชีวิตของตนเองตั้งแต่เป็นเด็กสิครับ ว่าก่อนที่จะมายืน ณ จุดนี้ได้นั้น เราต้องอดทน และเพียรพยายามมากเพียงใด  เก่งกาจขนาดไหน แล้วเราจะทิ้งพลังแห่งความอหังการของเราไป เพียงเพราะความอยากสบาย เท่านั้นหรือ
   บทส่งท้าย                                                                               
ภาษิตหรือคำสอน นั้นอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดที่สร้างให้เราเป็นเรา     แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันสอดซ่อนอยู่ในความเชื่อ มาสู่วัตรปฏิบัติ     จนกลายเป็นกฎเกณฑ์และหล่อหลอมเป็นวิถีชีวิตของเราในที่สุด
    ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะเรียกร้องให้เปลี่ยนคำสอนไปตามกระแส          หรอกนะครับ เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต ในแง่มุมนักการศึกษา ซึ่งมีหน้าที่สร้างคนเพื่อจรรโลงสังคมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เท่านั้น   
      ถ้อยคำอาจไม่ต้องเปลี่ยน ที่ควรเปลี่ยนคือความคิดและความเชื่อ เพราะมันจะช่วยปรับแนวทางชีวิตของเราให้ถูกต้อง  นั่นเอง       
 ขอบคุณข้อมูล    http://www.kruthai.infoและ www.google.co.th

....แนะนำบุคลากร.....

ฉายา     พระพุทธา    จตฺมโล          เจ้าอาวาสวัดห้วยเสน

      สถานะ
   คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานร.ร.รัฐราษฎร์พัฒนา    ท่านเป็นผู้นำในการพัฒนาคุณธรรมของคนในชุมชน และวัดห้วยเสนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญยิ่งของพวกเรา

ธรรม  ย่อมรักษา  ผู้ประพฤติธรรม



วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

วารสารฉบับ16


ทักทายกัน....ประสาพี่น้อง
         งานวันแม่ของโรงเรียนเราในปีนี้ คุณครูวินิจ  วงเวียน  มาขับเสภา พระคุณแม่ ให้ฟัง ทำเอาน้ำตาซึมกันทั้งงานเลย
นอกจากค่าตัวฟรีแล้ว ท่านยัง บริจาคเงินร่วมงานอีกด้วยครับ
          มีหลายต่อหลายคนที่เกษียณ อายุราชการไปแล้ว แต่ยังคงไขว่คว้าหาอำนาจและบารมี ให้กับตนอย่างไม่ลดละ  จะมีครูสักกี่คนที่เพียรถ่ายทอดความรู้อย่างบริสุทธิ์ใจให้แก่ผู้อื่น และสามารถเป็นแรงบันดาลใจ (inspiration) ให้กับคนอื่นได้   
       ขอบคุณ ครูวินิจ วงเวียน ที่ทำให้หัวใจแห่งความเป็นครูของข้าพเจ้า พองโตขึ้น
                              ........ขอคารวะคุณครูครับ......

                                                ปราโมทย์  พลศักดิ์เดช
กิจกรม
-ครูและนักเรียนร่วมทำบุญเข้าพรรษา  (1 ส.ค. 55)
-คณะกรรมการนักเรียนรับมอบตำแหน่ง  (20 ส.ค. 55)
-ทาสีใหม่ให้ห้องสมุด
-สี TOA บริจาค (6 ส.ค. 55)
-ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาฯ (30 ส.ค. 55)

-ร่วมประชุมเครือข่าย ที่ อ.ศรีณรงค์ (31 ส.ค. 54)
-วันแม่ และทำบุญโรงเรียน (10 ส.ค. 55)
-ไหว้พระคุณแม่            
 -ทำบุญร่วมกัน
-ครูวินิจ วงเวียน ขับเสภา              
-นักเรียนแสดงที่ อบต.ณรงค์ (12 ส.ค. 55)


      อโรคยาศาลเจียงเป็ย.....
วิถีชีวิตและรากเหง้าแห่งความศรัทธา
     ข่าวคราวความอาถรรพ์ของปราสาทช่างปี่ ช่วงสิงหาคมที่ผ่านมา ทำเอาคนสุรินทร์อย่างข้าพเจ้าต้องหยุดคิดสะกิดตัวเองว่า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…………                                                         
   เนื้อข่าว  
      มติชน เสนอข่าวว่า  มีคนนำวัตถุโบราณที่ขุดพบ       จากปราสาทช่างปี่ไป จึงเป็นเหตุให้มีชาวบ้านในพื้นที่     เสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุไปแล้วจำนวน 33 ราย เชื่อ  เป็นเพราะอาถรรพ์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขององค์ปราสาท     ช่างปี่  นอกจากนั้นยังมีเหตุไฟไหม้โรงเรียน และมีพายุ ใหญ่พัดถล่มบ้านเรือน ในเขตพื้นที่ตำบลช่างปี่กว่า10 หมู่บ้านจน  เสียหายกว่าร้อยหลังคาเรือน  จึงทำให้ชาวบ้านจำนวนมากจากหลายหมู่บ้านทั้งในตำบลช่างปี่ และตำบลข้างเคียง เดินทางนำเครื่องเซ่นไหว้มาบวงสรวงเพื่อขอขมาต่อทวยเทพที่รักษาองค์ปราสาทอย่างไม่ขาดสาย  รวมทั้งได้บริจาคที่ดินคืนให้ทางวัด เพื่อเป็นเขตปราสาท อีกด้วย
        ตำนานและความเชื่อ                                                                                   
ปราสาทช่างปี่ เป็นอโรคยศาล หรือ อโรคยศาลา หรือโรงพยาบาล หนึ่งในจำนวน 102 แห่ง ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมโบราณ โปรดให้สร้างขึ้น ตั้งอยู่ที่บ้านช่างปี่ ตำบลช่างปี่ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 18 มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่อด้วยศิลาแลง และหินทราย
           ตั้งแต่ปี 2553 กรมศิลปากร ได้ทำการบูรณะปราสาทช่างปี่ พบโบราณวัตถุจำนวนมากส่วนหนึ่งนำไปเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ -             
  สถานแห่งชาติ สุรินทร์ อีกส่วนหนึ่งเก็บรักษาไว้ที่วัดบ้านช่างปี่                 
หลากมุมมอง
จากข่าวที่เสนอไป ก็ทำให้คนที่เสพข่าว มองคนสุรินทร์เราเป็นสองทาง คือ เชื่องมงายทางหนึ่ง อีกทางหนึ่งก็ว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ซึ่งถ้าวิพากษ์โดยยึดหลักความเชื่อมาว่ากัน จะเห็นว่าความเชื่อกระแสหลักปัจจุบันมุ่งให้คนรับใช้วิทยาศาสตร์ ดังนั้นแล้วย่อมจะมองว่างมงาย ไม่สมเหตุผล แต่ความเชื่อกระแสรองที่หยั่งรากลึกตั้งแต่อดีต ได้ทำหน้าที่รับใช้ชุมชน จนกลายเป็นขนบประเพณีนั้น  ย่อมเห็นว่าการทำพิธีกรรมนั้นเหมาะควรแล้ว  ข้าพเจ้าเป็นชาวสุรินทร์โดยกำเนิด เติบโตมาก็พบเห็นการเซ่นสรวงบูชา จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา และมีความเชื่อว่าการแสดงความอ่อนน้อมต่อผู้อื่นหรือสิ่งอื่นจะช่วยจรรโลงให้เราอยู่ร่วมกันได้      จึงขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวช่างปี่ได้ผ่านพ้นเรื่องราวนี้ไป  และให้รักษา      อัตลักษณ์ที่เข้มแข็งของชุมชนนี้ไว้ อย่างภาคภูมิ
                บทส่งท้าย
การพูดถึงเรื่องของความเชื่อนั้นเปราะบางยิ่งนัก  ซึ่งในประเด็นนี้ ครูเราจะคิดอ่านประการใดก็ตามแต่  เพียงให้ตั้งมั่นในความดีงามและปฏิบัติตามหน้าที่อย่างfเต็มกำลัง  เท่านี้ก็ถือว่า เราได้เชื่ออย่างถูกต้องแล้วละครับ                                                                                           
 ขอบคุณข้อมูล    http://www.matichon.co.th และ tripsurin.wordpress.com
 ....แนะนำบุคลากร.....
ชื่อ  นางทุมพร
สกุล  บุตรงาม
ชื่อเรียก  ป้าเหมียว                              

      สถานะ
   คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานร.ร.รัฐราษฎร์พัฒนา    ท่านมีความสามารถด้านการทำอาหาร และเป็นแม่ครัวประจำของ ร.ร.  ทั้งยังเป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนาชุมชน ถือว่าท่านเป็นครูภูมิปัญญาของพวกเรา

ความพยายาม  นำมาซึ่งความสำเร็จ



วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วารสารฉบับที่15


ทักทายกัน....ประสาพี่น้อง
      ผมมีโอกาสเป็นคณะกรรมการสอบครูผู้ช่วยในครั้งที่ผ่านมาได้เห็นวิธีการและกระบวนการแล้ว ก็ต้องยอมรับว่ารัดกุมและน่าเชื่อถือมาก  แต่อีกนัยหนึ่งมันก็บ่งบอกให้รู้ว่า ยังมีคนที่จ้องจะเอาเปรียบคนอื่นในทุกวิถีทาง จึงเป็นความเศร้าเล็กๆ ที่แฝงอยู่ในใจ ประกอบกับได้มีผู้ถูกคุมประพฤติมาเก็บชั่วโมงงานที่โรงเรียน ก็ยิ่งทำให้เกิดความคิดว่า จิตใจที่ดีงามของคนในสังคมลดน้อยลงอย่างน่าตกใจ เหมือนสังคมนี้กำลังเจ็บป่วย  คนในวงการศึกษาอย่างเราเปรียบไปก็เหมือนเม็ดเลือดขาวของสังคม  ก็ขอให้พี่น้องเรามีกำลังกายและใจในการเอาชนะโรคร้ายที่จะมาทำลายวงการ ศึกษาและสังคมของเรา  ให้สิ้นไปนะครับ
ขอเป็นกำลังใจให้

                                                ปราโมทย์  พลศักดิ์เดช
กิจกรรม
-กิจกรรมการเดินสวนสนามและทบทวนคำปฏิญาณตนในวันลูกเสือ  (4 ก.ค.55)
-กิจกรรมอบรมคุณธรรม ณ วัดโมฬีวงษา ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์  (12-13 ก.ค.55)
-กิจกรรม การจับรางวัลผู้โชคดีทายผลฟุตบอล ยูโร 2012 (5 ก.ค.55)
-ผู้ถูกคุมประพฤติอาสาพัฒนาโรงเรียน (11 ก.ค.55)
-การต่อเติมเวทีใหม่ ในโรงอาหาร
-การต่อเติมห้องสมุด
-การทำที่เผาขยะ
เก็บเรื่องราวมาเล่าบอก
        ...อัตลักษณ์ และ เอกลักษณ์ ..???
        ปลายเดือนที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชิณวัตร  มาเยี่ยมสุรินทร์ เป็นการมาประชุมสัญจรของคณะรัฐมนตรี
        คำโบราณท่านว่า ช้างเหยียบนา  พระยาเหยียบเมือง  คนสุรินทร์อย่างเราก็อดภูมิใจไม่ได้  หวังว่าอะไรๆ ก็คงจะดีขึ้นนะครับ
       ทุกท่านคงทราบว่าช่วงนี้ หลายๆ โรงเรียนกำลังรับการประเมินภายนอกรอบที่สามจาก สมศ. เชื่อว่าคงจะระดมสรรพกำลังและร่ายเพลงยุทธ์กันอย่างเต็มที่ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านการประเมินอย่างดีเยี่ยมเพื่อเป็นหลักประกันและเป็นเกียรติเป็นศักดิ์ศรีแก่โรงเรียนสืบไป
      สำหรับการประเมินในรอบดังกล่าวนี้ มีคำที่น่าสนใจเกิดขึ้นสองคำ คือ อัตลักษณ์ และ เอกลักษณ์ ซึ่งสร้างความสับสนให้พี่น้องเราไม่น้อย จึงขออธิบายความ ดังต่อไปนี้      
     อัตลักษณ์ (Identity) หมายถึง ผลที่เกิดกับผู้เรียนตามวิสัยทัศน์ และวัตถุประสงค์ของสถานศึกษา
     เอกลักษณ์ (Uniqueness) หมายถึง ความสำเร็จตามจุดเน้นที่สะท้อนให้เห็นเป็นลักษณะโดดเด่นเป็นหนึ่งของสถานศึกษา
     ถ้าพูดเป็นภาษาปาก ก็บอกว่าอันหนึ่งเกิดกับนักเรียนอีกอันหนึ่งเกิดกับโรงเรียน  น่าจะกระชับความเข้าใจได้ยิ่งขึ้น
      การกำหนดอัตลักษณ์ของโรงเรียนนั้น จะต้องวิเคราะห์สภาพ แวดล้อม ความเป็นมา และเจตนารมณ์ในการจัดตั้งสถานศึกษา  จากนั้นจึงกำหนดผลที่เกิดกับผู้เรียนก่อนสำเร็จการศึกษา เพื่อเป็นการส่งเสริมความเป็นเลิศเฉพาะทางของนักเรียน  ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาร่วมกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยมีทั้งกิจกรรมการส่งเสริม การพัฒนา และการประเมินผล อย่างเป็นระบบ เพราะหากโรงเรียนไม่ตระหนักในเรื่องความเป็นเลิศเฉพาะทางของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนของตนแล้ว ความโดดเด่นของเยาวชนจะสูญหายไป

     นอกจากนี้แล้วยังมีคำที่ใกล้เคียงกันและมีความหมายบางส่วนทับซ้อนกับทั้งสองคำ ข้างต้นนั้นด้วย ได้แก่
     ภาพลักษณ์ (Image)  หมายถึง ภาพที่เกิดขึ้นในจิตใจของบุคคลตามความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อองค์การ สถาบัน บุคคล หรือการดำเนินงาน ซึ่งเป็นผลมาจากการได้รับประสบการณ์โดยตรงหรือทางอ้อมที่บุคคลนั้นรับรู้มา
     สัญลักษณ์ (Symbol) หมายถึง สิ่งที่ใช้แทนความหมายของอีกสิ่งหนึ่ง อาจจะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรม  ซึ่งใช้ในการสื่อความหมายหรือแนวความคิดให้มนุษย์เข้าใจไปในทางเดียวกัน

      ส่วนคำว่า ยิ่งลักษณ์ (Yingluck) นั้น ขอไม่อธิบายความ นะครับ....


 ...แนะนำบุคลาก...
ชื่อ นายชัยชนะ       สกุล  มุ่งงาม           ชื่อเรียก  หมอนะ                
      สถานะ
      ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลณรงค์
ผู้มีมาดสุขุมนุ่มลึกและเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ เป็นคุณหมอใจดีของเด็กๆ  ซึ่ง รพ.สต.ณรงค์ เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชนและเป็นเครือข่ายการศึกษาที่ดียิ่งสำหรับโรงเรียนของเรา        
ทำวันนี้ ให้ดีที่สุด





ขอบคุณข้อมูล    www.thaiall.com  , www.moe.go.th ,  www.wikipedia.org
และ ผอ.สุเมธศักดิ์  ทองอ้ม


วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

วารสารฉบับที่ 14


                                            ทักทายกัน....ประสาพี่น้อง
                                     .....สะวีดัด  สวัสดี  นะพี่น้อง
                                       แม่ขอร้อง  กรุณา  อย่าหมั่นไส้
                                  แค่ขอคุย  เป็นคำกลอน  ย้อนยุคไป 
                                        เหมือนสมัย  สุนทรภู่  ครูกวี.....
เดือนนี้หนอ ศ.ร.ร.แสนจะสุข   มีกิจกรรมให้ลุยบุกอย่างเต็มที่
ทำตรงนั้นเดี๋ยวตรงโน้นเสร็จตรงนี้   วันก็เคลื่อนเดือนก็หนีไปอีกครา
เหลือบแลมองนักการเมืองสุดจะเศร้า   อยากกำเอาก้อน(...)ไปบี้หน้า
จรรยาบรรณมรรยาทขาดเป็นวา  ไม่อายคนก็อาย(...)มั่งปะไร
ห่วงแสนห่วงครูเราหลายๆท่าน สอนเต็มที่ตอนกลางวันไม่เคยหน่าย
พอตกดึกต้องอดนอนเชียร์บอลไป  ขออย่าให้แพ้ภัยบอลยูโรฯ
อีกห่วงหนึ่งคือน้ำฝนที่บนฟ้า   สงสัยท่านเทวดาแกล้งโมโห
จุดบั้งไฟยังหายมิดปิดเบอร์โทร   ทิ้งต้นข้าวร้องไห้โฮหลงฤดู
ว่ากันไปตามเรื่องราวเท่าที่มี    ด้วยความรักและหวังดีที่มีอยู่
กลั่นมาจากจิตวิญญาณความเป็นครู  เลือดนักสู้ลูกอีสานบ้านเซราะกราว
กิจกรรม
-ทำบุญวันวิสาขบูชา (1 มิ.ย.55)
กิจกรรมไหว้ครู   (7 มิ.ย.55)
-ช่วยกันหว่านข้าว ในนาของเรา (8 มิ.ย.55)
-ร่วมงานบุญบั้งไฟของหมู่บ้าน (16 มิ.ย.55)
- ป.6 ร่วมอบรมต้านยาเสพติดกับอบต.ณรงค์ (18-22 มิ.ย.55)
-กิจกรรมในวันสุนทรภู่ (26 มิ.ย.55)
แนะนำบุคลากร
ชื่อ    นายประเสริฐ     สกุล  แก้วงาม      ชื่อเรียก  ลุงเสริฐ

     สถานะ
     รองประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของ    ร.ร.รัฐราษฎร์พัฒนา ท่านมีความสามารถด้านการทำเกษตรปลอดสารพิษ และยังเป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนาชุมชนถือว่าท่านเป็นปราชญ์ท้องถิ่นและเป็นครูภูมิปัญญาของเรา
 เมื่อกางแขนออกไปจนสุด นั่นแหละคือพื้นที่ของเรา    
จงรับผิดชอบ และทำอย่างดีที่สุด

เก็บเรื่องราวมาเล่าบอก
                  ........วันลูกเสือไทย.........
        พ.ศ.2454  ร.6 ทรงมีพระบรมราชโองการจัดตั้งกองลูกเสือขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ 3 ของโลก ต่อจากสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ และทรงกำหนดให้ วันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปีเป็น "วันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ" หรือ "วันลูกเสือ"
           กฎหมายลูกเสือ  (ฉบับที่ 5)
     กิจการลูกเสือ ดำเนินตาม พระราชบัญญัติลูกเสือพ.ศ. 2551  มี  74 มาตรา  มีเนื้อหาที่น่าสนใจ  กล่าวคือ   บรรดาลูกเสือทั้งปวงขึ้นตรงต่อคณะลูกเสือแห่งชาติ โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาลูกเสือ  ดังต่อไปนี้
1. ให้มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง
2. ให้ซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
3. ให้รู้จักบำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์
4. ให้รู้จักทำการฝีมือ และฝึกฝนให้ทำกิจการต่างๆ ตามความเหมาะสม
5. ให้รู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมั่นคงของชาติ
     ให้มีสภาลูกเสือไทย  มี นายกรัฐมนตรี เป็นสภานายก
     ให้มีคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ มี รมต.ศึกษาธิการ เป็นประธาน
     ให้มีคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด มี ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน
     ให้มีคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา มี ผอ.สพท. เป็นประธาน
     ให้มีตำแหน่งผู้บังคับบัญชาลูกเสือมีลำดับ ดังต่อไปนี้
    1. ผู้อำนวยการใหญ่ ให้ รมต.ศึกษาธิการ เป็นผู้อำนวยการใหญ่
    2.รองผู้อำนวยการใหญ่                       3. ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่
    4. ผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด              5. รองผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด
    6. ผู้ช่วยผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด   7. ผู้อำนวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา
    8.รองผู้อำนวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา
    9. ผู้อำนวยการลูกเสือโรงเรียน           10.รองผู้อำนวยการลูกเสือโรงเรียน
    11. ผู้กำกับกลุ่มลูกเสือ                        12.รองผู้กำกับกลุ่มลูกเสือ  
    13. ผู้กำกับกองลูกเสือ                         14.รองผู้กำกับกองลูกเสือ   
    15.นายหมู่ลูกเสือ                               16.รองนายหมู่ลูกเสือ
          ผู้ใดแต่งเครื่องแบบลูกเสือ หรือประดับเครื่องหมายลูกเสือโดยไม่มีสิทธิ หรือแต่งกายเลียนแบบลูกเสือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           ผู้ใดทำปลอมเข็มลูกเสือสมนาคุณ หรือเข็มลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์ด้วยวิธีใดๆ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                บทส่งท้าย
           ผ่าน 100 ปี มาหมาดๆ สำหรับกิจการลูกเสือไทย ก็ยังคงดำเนินไปแบบเรื่อยๆ เชื่อว่าทุกโรงเรียนจะต้องจัดกิจกรรมลูกเสือเพื่อฝึกให้เด็กๆของเราได้พัฒนาคุณลักษณะตามวัตถุประสงค์ ข้างต้น ส่วนพี่น้องเรา  ผมขอฝากคำขวัญของลูกเสือ ที่ในหลวง ร.6 ทรงพระราชทานไว้ว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์เพื่อเป็นข้อเตือนใจในการทำงาน  นะครับ

ขอบคุณข้อมูล :  www.tlcthai.com และ www.thailandlawyercenter.com




วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วารสาร ฉบับที่ 13


ทักทายกัน....ประสาพี่น้อง
 .......สำหรับวารสารฉบับนี้ขออนุญาต รวบ 2 เดือน (เม.ย.-พ.ค. 55) นะครับ
     เทอมใหม่เทอมนี้กระแส การหนุนและการต้าน tablet มาแรง มีการวิพากษ์กันอย่างกว้างขวาง แต่ครูเราก็ยังคงต้องทำงานกันต่อไป
   ช่วงปิดเทอม ผมมีโอกาสเข้าร่วมสังเกตการณ์ การสอบผู้บริหาร ร.ร. ซึ่งจัดโดย สพฐ. ได้เห็นครูเราหมื่นกว่าคนจากทั่วประเทศ เดินทางเข้า กทม.แบกความหวัง ความตั้งใจที่จะพัฒนาการศึกษา เข้ามาสู่กระบวนการคัดกรอง  ซึ่งผลการสอบที่ประกาศออกมาแล้วนั้น คงจะมีทั้งคนที่สมหวังและคนที่เสียใจเป็นธรรมดา แต่ผมเชื่อว่า แม้เราจะอยู่ตำแหน่งใด หน้าที่ใด หากทำงานเต็มตามกำลังแล้ว ก็สามารถพัฒนาการศึกษาได้เช่นเดียวกัน
                                ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ
กิจกรรม
-พัฒนาโรงเรียนของเรา  ( 14-15 พ.ค.55 )
-รับประเมินการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเรียน (17 พ.ค. 55)

-ประชุมผู้ปกครองนักเรียน  (21พ.ค. 55)
- แจกเงินค่าเครื่องแบบนักเรียน
-การเลือกตั้ง นายกฯ และ ส.อบจ.  2 หน่วย ที่โรงเรียน  (27 พ.ค. 55)
เก็บเรื่องราวมาเล่าบอก
                   ........ผลประกอบการที่ผ่านมา........
       ผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนรัฐราษฎร์พัฒนา ในปีการศึกษา 2554 ที่ผ่านมา ขออนุญาตนำเสนอ ดังนี้
1. ผลสอบระดับชาติ (O-NET) ชั้น ป.6
สาระ
คะแนนเฉลี่ยระดับต่างๆ
โรงเรียน
จังหวัด
สังกัด
ประเทศ
ไทย
48.48
48.35
49.51
50.04
คณิต
46.67
49.84
51.69
52.54
วิทย์
44.17
38.52
40.45
40.82
สังคม
57.71
49.46
51.08
52.22
สุขศึกษา
67.40
57.48
58.17
58.87
การงาน
59.81
54.22
54.45
55.38
ศิลปะ
49.29
45.21
46.20
46.75
อังกฤษ
27.14
32.81
37.12
38.33
รวม
50.08
46.97
48.58
49.37
ขยับขึ้นจากปีที่ผ่านมา15%จากเป้าหมาย 5% ถือว่าน่าพอใจ
2. ผลสอบประเมินผลสัมฤทธิ์ (NT) ชั้น ป.3
พ.ศ./สาระ
ไทย
คณิต
วิทย์
รวม
2553
43.33
42.92
43.96
43.40
2554
55.71
42.62
34.76
44.36
ขยับขึ้นจากปีที่ผ่านมา 0.96% จากเป้าหมาย 5%  จำเป็นต้องพัฒนาขึ้นอีก
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจำปีการศึกษา 2554
สาระ/ชั้น
ป.1
ป.2
ป.3
ป.4
ป.5
ป.6
รวม
ไทย
82.83
73.95
75.43
71.87
72.08
75.10
75.21
คณิต
81.83
60.79
67.21
66.53
65.69
76.90
69.83
วิทย์
83.50
62.84
82.50
77.00
68.23
81.29
75.89
สังคม
79.83
74.58
82.07
81.40
72.69
77.00
77.93
สุขศึกษา
82.67
81.21
79.71
80.60
80.15
82.71
81.18
การงาน
81.67
78.16
81.29
77.80
79.62
82.52
80.18
ศิลปะ
82.00
79.95
85.86
68.00
81.38
75.95
78.86
อังกฤษ
79.17
62.58
68.86
59.87
69.15
64.71
67.39
ประวัติฯ
78.83
76.47
78.07
77.73
75.92
73.19
76.70
ไทยเสริม
-
-
-
72.33
75.85
76.48
74.89
รวม
81.37
72.28
77.89
73.31
74.08
76.59
75.80
    ขยับขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1.29% จากเป้าหมาย 5%  จำเป็นต้องพัฒนาขึ้นอีก
                4. การพัฒนาบริบท โดยความร่วมมือของชุมชน ได้แก่
-สร้างรั้วโรงเรียน ความยาว ประมาณ 200  เมตร     -จัดสร้างศาลปู่ตา
-ซ่อมแซมศาลาพระพุทธรูป      -ถมดิน ปรับพื้นที่บริเวณน้ำท่วมขัง
                5. กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ
-รางวัล 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน จากการแข่งความเป็นเลิศ สพป.สร.3
-การเยี่ยมบ้านนักเรียน 100%  -การส่งเสริมคุณธรรมนักเรียน  -วารสาร ร.ร.
-การทำนาสาธิต   -การปลูกผักสวนครัวในกระถาง  -อินเทอร์เนตความเร็วสูง
                6. แนวปฏิบัติ สู่ วัฒนธรรมองค์กร สู่ อัตลักษณ์ ของโรงเรียน
                      โรงเรียนคือบ้านหลังที่สองของครูและนักเรียน
                                             ...แนะนำบุคลากร...
    ชื่อ    นายสำราญ 
    สกุล  ธรรมนาม
    ตำแหน่ง กำนันตำบลณรงค์
    ชื่อเรียก  พ่อกำนัน

      สถานะ
     ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของ    ร.ร.รัฐราษฎร์พัฒนา ท่านมีความสามารถหลากหลาย และยังเป็นบุคคลตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในชุมชน เราถือว่าท่านเป็นปราชญ์ท้องถิ่นและเป็นครูภูมิปัญญาของเรา
ชีวิตที่มีคุณค่านั้น วัดกันที่การทำงาน