วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วารสารฉบับที่24

ทักทายกัน....ประสาพี่น้อง
     .....ปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมาเรื่องราวการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก และนโยบายเรื่องทรงผมของนักเรียน  ทำเอาอุณหภูมิในใจครูเราหลายท่านพุ่งปรี้ด เกือบเท่าความร้อนช่วงเมษายน เลยทีเดียว     ส่วนตัวผม หลบร้อนไปกับครอบครัวไปนมัสการเจดีย์ชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด  ถึงแม้ว่าการก่อสร้างจะยังไม่เสร็จ แต่บรรยากาศน่าไปเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง  ช่วยให้คลายร้อนทั้งกายและใจได้อย่างดี  และที่สำคัญ คือได้เห็นพลังแห่งความศรัทธาของมนุษย์  ซึ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้ใจมีกำลังสำหรับการทำงานต่อไป
       ถ้าหากพี่น้องเพื่อนครูเรามีความศรัทธาในอาชีพครูอย่างแท้จริง  การสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ก็คงไม่ยากเกินกำลัง

                ขอให้สนุกกับงานในเทอมใหม่  2556  นะครับ
กิจกรรมในรอบเดือน
-งานบุญผ้าป่า-วางศิลาฤกษ์หอระฆัง วัดห้วยเสน (14-15 เม.ย.56)
-รับประเมินการเตรียมความพร้อม 2556 (16 พ.ค. 56)
-ประชุมผู้ปกครองนักเรียน  และจ่ายเงินค่าเครื่องแบบนักเรียน (23 พ.ค. 56)  
-ช่วยกันหว่านข้าวอย่างสนุกสนาน (30 พ.ค.56)
-รับแจกลูกเป็ดจาก อบจ.สุรินทร์  ( 30 พ.ค.56 )
เก็บเรื่องราวมาเล่าบอก
                   ........ผลประกอบการ 2555........
       ผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนรัฐราษฎร์พัฒนา ในปีการศึกษา 2555 ที่ผ่านมา ขอนำเสนอ ดังนี้
1. ผลสอบระดับชาติ (O-NET) ชั้น ป.6
สาระ
คะแนนเฉลี่ยระดับต่างๆ
โรงเรียน
สพป.สร.3
สังกัด
ประเทศ
ไทย
43.33
44.11
44.01
45.68
คณิต
30.42
30.70
33.83
35.77
วิทย์
32.54
35.17
36.09
37.46
สังคม
46.00
40.72
42.57
44.22
สุขศึกษา
57.33
52.49
53.38
54.84
การงาน
54.67
51.97
52.20
53.85
ศิลปะ
55.42
48.38
50.70
52.27
อังกฤษ
30.00
30.90
34.03
36.99
รวม
43.72
41.81
43.36
45.14
 ได้ลำดับที่ 2 ของเครือข่าย แต่คะแนนต้องพัฒนาขึ้นไปอีก
2. ผลสอบประเมินผลสัมฤทธิ์ (NT) ชั้น ป.3
ลำดับ/สาระ
ไทย
คณิต
วิทย์
รวม
195
36.14
29.12
40.35
35.20
      ลำดับและคะแนนตกลงจากปีที่ผ่านมา ซึ่งจำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจำปีการศึกษา 2555
สาระ/ชั้น
ป.1
ป.2
ป.3
ป.4
ป.5
ป.6
รวม
ไทย
78.43
70.86
76.53
70.46
83.27
69.83
74.90
คณิต
78.71
68.29
65.89
65.85
63.33
75.58
69.61
วิทย์
77.93
82.67
65.37
68.54
72.40
77.58
74.08
สังคม
79.79
73.86
75.11
72.62
75.73
76.42
75.59
สุขศึกษา
80.14
78.86
74.68
81.00
90.27
80.42
80.90
การงาน
82.29
83.29
75.21
82.00
71.93
78.42
78.86
ศิลปะ
81.43
79.71
82.32
81.54
80.20
84.75
81.66
อังกฤษ
77.43
61.57
75.42
76.00
68.27
72.33
71.84
รวม
79.52
74.89
73.82
74.75
75.68
76.92
75.93
    ขยับขึ้นจากปีที่ผ่านมา 0.13% จากเป้าหมาย 5%  จำเป็นต้องพัฒนาขึ้นอีก
                4. การพัฒนาบริบท โดยความร่วมมือของชุมชน ได้แก่
-สร้างเวทีและปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์   -ปรับปรุงสนามเด็กเล่น
-ทาสีรั้วโรงเรียน ความยาว ประมาณ 200  เมตร     -ปรับปรุงห้องสมุด
-สร้างศาลาที่พักผู้ปกครอง     
                5. กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ
-รางวัล 1 เหรียญเงิน จากการแข่งความเป็นเลิศ ระดับภาค จ.ชัยภูมิ
-รางวัล 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน จากการแข่งความเป็นเลิศ ระดับ สพป.สร.3
-การส่งเสริมคุณธรรมนักเรียน     -การทำนาสาธิต     -วารสาร ร.ร.

 อัตลักษณ์        ยิ้มง่าย  ไหว้งาม  ถามไถ่  ใจบริการ    
               
 ภาพลักษณ์      โรงเรียนคือบ้านหลังที่สองของครูและนักเรียน


 ขอบคุณข้อมูล : ฝ่ายวิชาการโรงเรียนรัฐราษฎร์พัฒนา
                                                ...เด็กดีของเรา...
  ชื่อ      ด.ญ.พรรวษา   นิสัยดี     ชื่อเล่น  วสา
  
ความภูมิใจ
   ประธานนักเรียนโรงเรียนรัฐราษฎร์พัฒนา ปี 56  คนเก่งตัวเล็กที่มีบุคลิกน่ารัก สดชื่นแจ่มใสตลอดเวลาและทำกิจกรรมช่วยโรงเรียนของเราอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย
พ่อแม่ท่านช่วยเรา  อย่าทำให้เขาเสียใจ

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2556

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ผอ.ปราโมทย์ พลศักดิ์เดช


ชื่อเรื่อง          :    รายงานการประเมินโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
                             โรงเรียนรัฐราษฎร์พัฒนา  ปีการศึกษา 2555
ชื่อผู้ประเมิน  :    นายปราโมทย์  พลศักดิ์เดช
หน่วยงาน      :    โรงเรียนรัฐราษฎร์พัฒนา  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3
ปี พ.ศ.            :    2556

บทคัดย่อ
               การประเมินโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนรัฐราษฎร์-พัฒนา  ปีการศึกษา 2555  ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ทั่วไปเพื่อประเมินโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนรัฐราษฎร์พัฒนา ปีการศึกษา  2555  และมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อประเมินสภาพแวดล้อม  (Context)  ความพร้อมด้านปัจจัยนำเข้าหรือทรัพยากร (Input) กระบวนการดำเนินงาน (Process) และผลผลิต (Product) ของโครงการ โดยใช้รูปแบบจำลองซิป   (CIPP Model)   เป็นแนวทางในการประเมิน
               กลุ่มตัวอย่างในการประเมิน จำนวน  87  คน ประกอบด้วย  ครู  นักเรียน  ผู้ปกครองนักเรียนและกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยครู จำนวน  8  คนและกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7  คน ได้จากวิธีการสำมะโน  (Census)  ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลจากทุกหน่วยของประชากร สำหรับนักเรียน จำนวน 21  คน และผู้ปกครอง จำนวน  51  คน ได้จากการสุ่มแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Sampling)
                เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน  ประกอบด้วยแบบสอบถาม  จำนวน  2  ฉบับ  ได้แก่
ฉบับที่  1  แบบสอบถามความคิดเห็นของครูและกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  เพื่อประเมินความเหมาะสม  ความเพียงพอ  และการดำเนินงานของโครงการ ด้านสภาพแวดล้อม  ด้านปัจจัยนำเข้า  และด้านกระบวนการ 
ฉบับที่  2  แบบสอบถามความคิดเห็นของครู  นักเรียน  กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองนักเรียน  เพื่อประเมินความพึงพอใจด้านผลผลิตของโครงการ โดยแบบสอบถามทั้ง  2  ฉบับ  ผู้ประเมินได้สร้างและหาคุณภาพ  มีค่าความเที่ยง  0.92  และ  0.95  ตามลำดับ
               การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมสำเร็จรูป  SPSS for Windows เพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
               สรุปผลการประเมิน
                      1.  ด้านสภาพแวดล้อม  (Context)   พบว่า หลักการ วัตถุประสงค์ และเป้าหมายของโครงการ ทั้งโดยรวมและรายประเด็นย่อยมีความเหมาะสมอยู่ในระดับเหมาะสมดีแล้ว
                      2.  ด้านปัจจัยนำเข้า  (Input)   พบว่า บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ และงบประมาณโดยรวม
มีความเพียงพออยู่ในระดับเพียงพอดีแล้ว เมื่อพิจารณารายประเด็นย่อย บุคลากรมีความเพียงพออยู่ในระดับเพียงพอดีแล้ว ส่วนวัสดุอุปกรณ์ และงบประมาณมีความเพียงพออยู่ในระดับต้องปรับปรุง
                      3.  ด้านกระบวนการ  (Process)   พบว่า การดำเนินงาน กิจกรรมและการประเมินผล         ทั้งโดยรวมและรายประเด็นย่อยมีการดำเนินงานอยู่ในระดับดำเนินงานดีแล้ว  
                      4.  ด้านผลผลิต  (Product)  พบว่า ผลผลิตจากโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับพึงพอใจ ดีแล้ว   

วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2556

วารสารฉบับที่23


ทักทายกัน....ประสาพี่น้อง
      ผลการสอบ O-NET  ของเด็กๆ ถือเป็นกระจกเงาอย่างดีที่สะท้อนการทำงานของครูเรา  หากมองในแง่ของการพัฒนาเราจะพบว่ามีความท้าทายรออยู่และยังมีหลายอย่างที่จะต้องทำเพื่อพัฒนาเด็กๆ ของเราต่อไป
         รร.รัฐราษฎร์พัฒนา มีคะแนนเฉลี่ย  O-NET (ป.6) 43.71  อยู่อันดับ 2 ของเครือข่าย อันดับ 3 ของอำเภอและอันดับ 76 ของ สพป.สร.3 ต้องขอบคุณคณะครูที่ตั้งใจสอนอย่างเต็มที่และขอบใจนักเรียนที่ทำหน้าที่ของตนอย่างดี
        เวียนมาครบปีที่สามแล้วครับ สำหรับวารสารของเรา รบกวนสายตาท่านมาทุกเดือน ผลาญงบหลวงไปก็ไม่น้อย ได้แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าทำงานเพื่อให้เกิดงาน ครับ

     ...Happy Birth Day...      ปราโมทย์  พลศักดิ์เดช
กิจกรรม
-ประเมินการประกันคุณภาพภายใน   (12 มี.ค.56)
-ป.1-6  สอบปลายปี (13-15 มี.ค.56)
-กีฬาสีสัมพันธ์ชุมชน (21-22 มี.ค.56)
-ปัจฉิมนิเทศและบายศรีสู่ขวัญ ( 26 มี.ค.56)
เก็บเรื่องราวมาเล่าบอก
..ว่าด้วยเรื่องภาษี...
       สิ้นมีนาไปหมาดๆ คนไทยผู้มีเงินได้คงหนีไม่พ้นต้องเสียภาษีคืนให้กับรัฐ  พี่น้องเพื่อนครูทุกท่านก็คงเช่นกัน ส่วนจะมากหรือน้อยก็ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดนะแหละ แต่ความรู้สึกที่จะควักสตังค์คืนแก่รัฐมันช่างอิหลักอิเหลื่อใจจริงๆ เรียกว่าต้องหาทุกวิธี
เพื่อให้ได้จ่ายภาษีน้อยที่สุดหากคิดให้ดี  รัฐจ่ายให้เราตั้งร้อยแต่ขอคืนแค่สิบเท่านั้นเอง..........
         เงินเราเขาเอาไปไหน                                                               
       ตามหลักการ ก็คือ รัฐนำเงินภาษีไปพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า เนื่องจากรัฐมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อประชาชน จึงจำเป็นต้องมีรายได้ ซึ่งรายได้ที่สำคัญที่สุดก็คือภาษีอากรนั่นเอง  ในปีงบประมาณ 2555 (ตุลาคม 2554 – กันยายน 2555) รัฐจัดเก็บรายได้สุทธิ 1,977,453  ล้านบาท สูงกว่าปี 2554 ร้อยละ 4.5  โดยมีรัฐบาลเป็นผู้บริหารเงินของรัฐ ผ่านกระบวนการของรัฐสภา ประชาชนจึงมีสิทธิตรวจสอบการใช้เงินของรัฐได้อย่างชอบธรรม

          ข่าวดีปีภาษี 2556                                                                                               

        เมื่อธันวา 2555 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติมาตรการปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมและให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ โดยคาดหวังว่าจะสร้างความเป็นธรรมในการกระจายรายได้มากขึ้น และปิดช่องโหว่ในการหลีกเลี่ยงภาษี   มาตรการนี้จะปรับปรุงบัญชีอัตราภาษีเงินได้จาก “5 ขั้นอัตรา เป็น “7 ขั้นอัตรา โดยจะใช้บังคับในปีภาษี 2556 ที่จะต้องยื่นรายการในปี 2557 เป็นต้นไปนั่นเอง  ซึ่งมีผลกระทบดังนี้                                                 

1. รายได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษีเหมือนเดิม ตามพระราชกฤษฎีกา ( ฉบับที่ 470 ) พ.ศ. 2551                                                                                        2. รายได้สุทธิ 150,001-300,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 10%  ลดเหลือ 5%                                  

3. รายได้สุทธิ 300,001-500,000 บาท เสียภาษี 10% เหมือนเดิม                                         

4. รายได้สุทธิ 500,001-750,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 20% ลดเหลือ 15%                                   

5. รายได้สุทธิ 750,001-1,000,000 บาท เสียภาษี 20% ตามเดิม                                       

6. รายได้สุทธิ 1,000,001-2,000,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 30% ลดเหลือ 25%                         

7. รายได้สุทธิ 2,000,001-4,000,000 บาท เสียภาษี 30% ตามเดิม                                 

8. รายได้สุทธิตั้งแต่ 4,000,000 บาท จากเดิมเสียภาษี 37% ลดเหลือ 35%

        บทส่งท้าย
       รัฐเก็บภาษีอากรตามความสามารถที่แต่ละคนได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากรัฐมากหรือน้อย     
ผู้มีรายได้มากเสียภาษีมากกว่าผู้มีรายได้ปานกลางหรือผู้มีรายได้ต่ำอาจไม่เสียภาษีเลยก็ได้   เมื่อเมื่อรัฐเก็บภาษีอากรไปจากบุคคลผู้มีรายได้มาก  เงินรายได้นั้นจะถูกนำไปใช้ในกิจการต่างๆ ที่จำเป็น   ซึ่งจะส่งผลประโยชน์ถึงประชาชนโดยทั่วไป
        หากเมื่อคืนเรานอนหลับสบายเคียงข้างครอบครัวที่เรารักโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและ ตื่นตอนเช้าอย่างสดชื่น  ก่อนที่จะขับรถไปบนถนนหนทางที่สะดวกสบายเพื่อไปทำงานตามปกติ
........การจ่ายภาษีในแต่ละปี  ก็ไม่น่าเสียดายอะไรเลยนี่ครับ........
ขอบคุณข้อมูล    http://www.thai-aec.com,  www. thaipublica.org
...คนเด่นประจำเดือน....

เด็กหญิงปวีณา  แก้วงาม
น้องแอ๋ม
20  พฤษภาคม 2543
ตำแหน่ง
คณะกรรมการนักเรียน
ร.ร.รัฐราษฎร์พัฒนา
ความภูมิใจ  เหรียญทอง ลำดับ 3 จากงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับเขต สพป.สร.รายการ โครงงานสุขภาพ          

           เรียนให้สนุก คือความลับของคนเก่ง



วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

วารสารฉบับที่22


ทักทายกัน....ประสาพี่น้อง
ข่าวคราวเกี่ยวกับการสอบโอเนตที่ผ่านมายังคงมีมาเรื่อยๆ ซึ่งเจตนารมณ์ของการสอบนั้นชัดเจนตามแนวทางที่ว่าไว้ในตัวบทกฎหมาย  แต่พอลงสู่การปฏิบัติก็มีการแตกประเด็นเป็นระเบียบ ข้อบังคับ แยกย่อยลงไป ซึ่งทำให้เกิดผลได้และผลเสียต่อผู้สอบ เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น จึงต้องแก้ไขอย่างรอบคอบระมัดระวัง เพื่อมิให้การพัฒนาการศึกษาผิดทิศผิดทางไป
        ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูที่ตั้งใจสอนอย่างเต็มกำลังและขอให้นักเรียนทำหน้าที่ของตนให้ดี จึงขอมอบหัวใจสีชมพูในเดือนแห่งความรักที่ผ่านมานี้ ให้กับทุกคนนะครับ

                                                      ปราโมทย์  พลศักดิ์เดช
-เข้าค่ายลูกเสือ ที่ ตชด. 214 อ.สังขะ จ.สุรินทร์ (28 ก.พ. 56)
- การอบรมธรรมสัญจร (15 ก.พ.56)
-ป.3 สอบ NT   (21 ก.พ.56)
-สร้างศาลาหลังใหม่สำหรับผู้ปกครองมารอรับนักเรียน (21 ม.ค.-10 ก.พ. 56)
-ทาสีรั้วโรงเรียนให้สวยงาม (28 ม.ค.- 14  ก.พ. 56)

..333 ปี จากจินดามณี ถึง TABLET...
         ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเทคโนโลยีในยุคนี้ไปไกลเอามากๆเลยละครับ อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือ เป็นได้ตั้งแต่โทรศัพท์  วิทยุ กล้องถ่ายรูป วีดีโอ โทรทัศน์ เกมและอื่นๆ รวมอยู่ในเครื่องเดียว ซึ่งถ้ารู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ เทคโนโลยีเหล่านี้ก็เป็นดั่ง แก้วสารพัดนึก  เลยทีเดียว
ปีที่ผ่านมารัฐบาลจ่ายเงินไปกว่า 1,794 ล้าน เพื่อให้นักเรียนชั้น ป.ราว แปดแสนกว่าคนได้ใช้ tablet โดยหวังว่าเด็กจะมี แก้วสารพัดนึก  เพื่อที่จะเข้าถึงองค์ความรู้ผ่านวิธีการและสื่อเทคโนโลยีที่หลากหลายสนุกสนาน เพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ถึงพร้อมด้วยความรู้ คุณธรรม จริยธรรม สามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นสุข  ทั้งยังมุ่งให้นักเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ที่นำไปสู่ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21 คือ เป็นคนใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีความรับผิดชอบ เกิดทักษะในการติดต่อ สื่อสาร สร้างสรรค์และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ส่งผลไปสู่การมีผลสัมฤทธิ์ของ 5 วิชาหลักที่สูงขึ้น           ผ่าน1 ปีการศึกษาแล้ว แต่ละโรงเรียนคงจะมีการประเมินผลการใช้ tablet อย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะเป็นการสังเกต สอบถาม หรือลึกลงไปถึงผลการเรียนรู้ของเด็ก  มีเสียงสะท้อนมาอย่างไร ยังไม่ทราบแน่ชัดคงต้องตามดูกันต่อไป แต่สำหรับข้าพเจ้าในฐานะของผู้บริหารเมื่อได้ประเมินแล้วก็มีทัศนคติที่เป็นบวกอยู่ในระดับหนึ่ง เพราะการเรียนรู้ของเด็กเป็นไปในทิศทางที่ดี  จะอย่างไรก็ตามการจัดการเรียนรู้ก็ยังคงพึ่งพิงสามองค์ประกอบหลักอยู่ดี อันได้แก่ ผู้เรียน ผู้จัดการเรียนรู้และเครื่องมือช่วยเรียนรู้  ทุกส่วนจะต้องประสานกันอย่างลงตัว  ครูเราในฐานะของผู้จัดการเรียนรู้จะต้องรู้เท่าทันหรือถ้ารู้มากกว่าเทคโนโลยีก็ยิ่งดี เพราะจะได้ช่วยกรองและกรอบความคิดในการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เหมาะสม  ตัวผู้เรียนเองนั้นสำคัญยิ่งเพราะถ้ามีความพร้อมการเรียนรู้ก็ไปได้เร็ว  แต่อุปสรรคสำคัญคือสภาพสังคมที่มีความเสี่ยงแทบทุกด้าน อาจส่งผลให้เด็กเรียนรู้ผิดทิศทางไป  ก็ได้แต่หวังว่าทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนจะประสานมือกันเพื่อโอบกอดศิษย์ลูกให้อุ่นกายสบายใจในการเรียนรู้สู่ความเป็นคนที่สมบูรณ์อย่างที่บ้านเมืองมุ่งหวัง    ในส่วนของเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้ ปัจจุบันมีหลากหลายให้เลือกใช้จนน่าอิจฉา   ซึ่งถ้าย้อนไปสักสามสี่ชั่วอายุคนที่ผ่านมานั้นการจัดการเรียนรู้ของไทยเป็นไปด้วยความอัตคัดขาดแคลน ว่ากันว่า แบบเรียนเล่มแรกของไทยที่เป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้นั้นมีขึ้นสมัยอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์-มหาราช โดยพระโหราธิบดี (บิดาศรีปราชญ์) เป็นผู้เขียน มีเนื้อหาเรื่องการใช้สระ พยัญชนะ  วรรณยุกต์ การแจกลูก การผันอักษร อักษรศัพท์  อักษรเลข การสะกดการันต์ และ การแต่งคำประพันธ์ชนิดต่างๆ  ซึ่งปรากฏกลบท  ๖๐ ชนิด ใช้ชื่อว่า จินดามณี เพราะหมายถึง แก้วสารพัดนึก  โดยมีเจตนาให้เด็กไทยได้ฝึกอ่านเขียน ให้มีความรู้ประหนึ่งมีแก้วสารพัดนึกอยู่ในมือ นั่นเอง 

         “แก้วสารพัดนึก ของวันนี้กับเมื่อ 333 ปี ที่แล้ว มีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไป พอดู แต่เป้าประสงค์ก็ยังคงมุ่งให้ผู้เป็นเจ้าของได้เรียนรู้เพื่อสร้างสุขแก่ชีวิตของตนและอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างปกติ นั่นเอง

 ขอบคุณข้อมูล    http://www. pasasiam.com , http://th.wikipedia.org  , www.otpc.in.th


...คนเด่นประจำเดือน....

เด็กหญิงปาริฉัตร  วรรณฤทธิ์
น้องปู
20  พฤษภาคม 2543
ตำแหน่ง
คณะกรรมการนักเรียนร.ร.รัฐราษฎร์พัฒนา
ความภูมิใจ  เหรียญทอง ลำดับ 3 จากงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับเขต สพป.สร.3  รายการ โครงงานสุขภาพ          
        ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน





วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วารสาร 21


ทักทายกัน....ประสาพี่น้อง
       สิ้นเทศกาลปีใหม่แล้ว แต่รอยยิ้มเสียงหัวเราะและความเฮฮา ยังกรุ่นอยู่โดยเฉพาะกับเด็กๆ ของเรา เพราะได้กิน ได้เล่น อย่างสนุกสนานในวันของพวกเขา เมื่อตอนต้นเดือน
        พอเข้ากลางเดือน ความสุข สนุกสนาน ของครูก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าเด็กๆ เลย ในวันครูของเรา ซึ่งในปีนี้ ชาวครู อ.ศรีณรงค์ จัดงานควบ 2 วัน มีทั้งกิจกรรมรำลึกคุณครูอาจารย์ การแข่งกีฬาและปิดท้ายด้วยความบันเทิงแบบครูๆ ทำเอาพี่น้องเราลืมเหนื่อยไปเลยละครับ
        ความสุข นั้นหอมหวานเหลือเกิน ใครๆ ก็อยากอยู่ในห้วงสุขนั้นไปนานๆ  แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่า
นับแต่นี้อีก 11 เดือน ทั้งเขาทั้งเราก็คงวนอยู่ในวัฎเดิมจนกว่าจะถึงปีใหม่หน้า  ค่อยมาว่ากันอีกที.......นะครับ
กิจกรรม
 -งานวันเด็กและวันปีใหม่ 2556  (11 ม.ค. 56)
-กิจกรรมวันครู  ณ สนามกีฬา- หอประชุม อ.ศรีณรงค์ (15-16 ม.ค. 56)
-ป.6 สอบ Pre-ONET ที่ รร.บ้านหนองแวง (19 ม.ค.56)
-ขยับ ปรับ และปรุง สนามเด็กเล่นของเรา (22 ม.ค.56)
เก็บเรื่องราวมาเล่าบอก
...คิดถึงเพื่อนเก่า...
          หยุดยาวช่วงปีใหม่  ผมพาครอบครัวไปเยี่ยมแม่ที่บ้านเกิด  ค้นเจอหนังสือเรียนเล่มเก่าของตนเมื่อครั้งเรียนประถม จึงหยิบมาอ่านเล่นๆ ก็ทำให้นึกถึงตัวละครในหนังสือเรียนที่เติบโตมาพร้อมๆ กันกับเรา ก็มี
มานี รักเผ่าไทย  มีหมาน้อยชื่อ "เจ้าโต" มานีเป็นเด็กเรียนดี ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มานีเป็นรองประธานนักเรียนของโรงเรียน และเป็นคนเดียวในโรงเรียนที่เรียนต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาที่กรุงเทพ 
มานะ รักเผ่าไทย  เป็นพี่ชายของมานี มีสัตว์เลี้ยงเป็นนกแก้ว
ปิติ พิทักษ์ถิ่น  มีม้าชื่อ "เจ้าแก่" เมื่อเจ้าแก่ตาย เขาเศร้ามากต่อมาถูกสลากออมสินเป็นเงินจำนวน 1 หมื่นบาท จึงนำเงินไปซื้อลูกม้าตัวใหม่และตั้งชื่อให้ว่า "เจ้านิล" ทดแทนการตายของเจ้าแก่
วีระ ประสงค์สุข เป็นเด็กอาภัพ มีพ่อเป็นทหารที่ตายในการรบ ตั้งแต่วีระยังอยู่ในท้อง ส่วนแม่ก็ตรอมใจตายหลังจากคลอดวีระ 15 วัน ทำให้วีระอยู่กับลุงตั้งแต่เกิด วีระมีลิงแสมชื่อ "เจ้าจ๋อ" ซึ่งมันไม่ชอบกะปิ
ดวงแก้ว ใจหวัง  มีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี
ชูใจ เลิศล้ำ  เป็นเพื่อนสนิทมานี มีแมวชื่อ "สีเทา" ชูใจอยู่กับย่าและอา ตั้งแต่เล็ก โดยไม่รู้รายละเอียดของพ่อและแม่ที่แท้จริง ซึ่งความจริงคือ พ่อของเธอเสียชีวิตตั้งแต่ชูใจอายุ 1 ขวบ ส่วนแม่ก็อาศัยอยู่ต่างประเทศ และต่อมาแม่บินกลับมารับชูใจให้ไปอยู่ด้วยกัน แต่เธอกลับเลือกอยู่กับย่า
สมคิด  มีปู่อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต จบ ป.จึงย้ายกลับไปเรียนต่อและอยู่ที่ภูเก็ต
เพชร  เกิดในครอบครัวยากจน บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เคยพุ่งฉมวกปักงูในอุโมงค์ช่วยเหลือเพื่อน แม่ของเขาถูกงูกัดตายขณะเก็บหน่อไม้ในป่า
จันทร เป็นผู้หญิง พิการขาลีบ ตอนท้ายของเรื่อง ได้รับคัดเลือกให้ร้องเพลง "ความฝันอันสูงสุด" และยังได้อ่านทำนองเสนาะต่อหน้าพระพักตร์ในหลวง เธอได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าให้แพทย์หลวง รับตัวไปผ่าตัดขาที่กรุงเทพฯ จนหายเป็นปกติ
คุณครูไพลิน  เป็นครูประจำชั้นตั้งแต่ชั้น ป.1 - 3 คุณครูไพลินพบเกษตรอำเภอชื่อว่า "ทวีป" ครั้งแรกเมื่อคราวไฟไหม้ตลาด ซึ่งเด็กๆ เป็นตัวเชื่อมให้ได้รู้จักและแต่งงาน ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน
คุณครูกมล เป็นครูประจำชั้นตั้งแต่ชั้น ป.4 – 6
     ตัวละครเหล่านี้ ปรากฏในหนังสือแบบเรียนภาษาไทยระดับประถมศึกษาชั้น ป.1-6 ซึ่งใช้เป็นแบบเรียน ช่วง พ.ศ. 2521-2537  เขียนโดย รัชนี ศรีไพรวรรณ เขียนภาพโดย  เตรียม ชาชุมพร, โอม รัชเวช และปฐม พัวพิมล  เป็นเรื่องราวที่ดำเนินไปเหมือนชีวิตจริง สนุก น่าอ่าน เพิ่มประสบการณ์ทางภาษาและเสริมคุณธรรมให้แก่เด็ก  ท้ายบทมีแบบฝึกหัดความรู้ หลักภาษา ทั้งยังสอดแทรกวรรณคดีและประวัติศาสตร์ อีกด้วย
       เมื่อเหลือบแลตำราเรียนที่เกลื่อนตาในยุคนี้แล้ว ก็ชวนให้คิดเหลือเกินว่าเด็กๆ จะผูกพันกับเพื่อนๆ ในหนังสือเรียนของเขาสักกี่มากน้อย             ...แต่สำหรับตัวผมเอง ก็ยังคงสุขใจอยู่เสมอ เมื่อได้คิดถึง เพื่อนเก่า  เหล่านั้น...

ขอบคุณข้อมูล    http://www.th.wikipedia.org

...คนเด่นประจำเดือน....

เด็กหญิงจุฑาทิพย์ ไชยน้อย      น้องจูน
11  กุมภาพันธ์  2543
ตำแหน่ง
คณะกรรมการนักเรียน ร.ร.รัฐราษฎร์พัฒนา
ความภูมิใจ  เหรียญเงิน ลำดับ43 จากงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาค 2555 รายการ โปรแกรม GSP     
                ความพยายามคือหนทางสู่ความสำเร็จ





วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

วารสารฉบับที่ 20


ทักทายกัน....ประสาพี่น้อง
          ฤดูหนาวในเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้นร้อนเหลือเกิน  แต่กิจกรรมสำหรับเด็กๆ ก็ยังคงดำเนินไปตามวงรอบของการพัฒนาตามแผนที่วางไว้เริ่มต้นเดือนด้วยการไปให้กำลังใจนักเรียนและชมนิทรรศการในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ จ.ชัยภูมิ  ปิดท้ายด้วยการร่วมแข่งขันกีฬาเครือข่ายที่ 23  ซึ่งกิจกรรมที่งอกเข้ามาในแต่ละครั้งนั้นก็ต้องหยุดเรียน รวมๆ แล้วแทบจะ 1 ใน 4 ของเวลาทั้งหมด จึงเกิดคำถามว่าที่ทำมามันถูกทางหรือไม่ ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นปัญหานั้นเกิดจากกิจกรรมที่เพิ่มมาหรือเปล่า ก็ว่ากันไปละครับ แต่ผมเชื่อว่านี่แหละคือสีสันของการเรียนการสอนและเป็นสีสันของชีวิตด้วย

                                               สวัสดีปีใหม่  2556  ครับ

กิจกรรม
    -ร่วมพิธีถวายพระพรในหลวง ณ อ.ศรีณรงค์ (5 ธ.ค.55)
   -ดูงานแสดงผลงานนักเรียนระดับภาค ที่ จ.ชัยภูมิ  (7 ธ.ค. 55)   ทีมแข่ง GSP ของเราได้เหรียญเงิน ลำดับที่ 43
รถตู้ 1 คัน บรรทุกนักเรียน 6  ครู 8  มีความสุขสนุกสนานผสานความรู้
 -รถ Mobile ของ อบจ.สุรินทร์ มาให้บริการเด็กๆ(12ธ.ค.55)
   -งานกีฬาเครือข่าย ศรีณรงค์ 2 ประจำปี 2555 ณ ร.ร.บ้านโสน (26-28 ธ.ค. 55)
ผลงาน  1 เหรียญทอง ตะกร้อชาย 12  ปี   1 เหรียญทองแดง ฟุตบอลอนุบาลหญิง


                             ...เต่ากับกระต่าย...
     อมตะนิทานเรื่อง กระต่ายกับเต่า ของอีสป สอนเราให้พากเพียรเยี่ยงเต่าและอย่าประมาทเช่นกระต่าย ซึ่งกระต่ายกับเต่าเหล่านั้นได้เติบใหญ่ขึ้น และได้บ่มเพาะลูกหลานไว้อย่างมากมาย  มุมดีๆ เรื่องความเพียร น่าชื่นชมยิ่งนัก แต่มุมบอดเรื่องแพ้ชนะ นั้นน่ากลัวไม่น้อยทุกวันนี้การแข่งขันกันมีทุกด้านและเกิดขึ้นทุกแง่มุมของชีวิต เรื่องแพ้ชนะจึงวนเข้าเวียนออกจนกลายเป็นเรื่องปกติและถูกยอมรับว่าธรรมดาเสียแล้ว
    ในระดับมหภาค การแข่งขันรุนแรงและเกรี้ยวกราดมากแทบทุกประเทศมีกองทัพที่พร้อมแสดงแสนยานุภาพ มีกล-ยุทธทางเศรษฐกิจที่พร้อมจะชนะตลอดเวลา  มีเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ภาพที่ปรากฎ คือ กระต่ายยังคงวิ่งไปไม่ยอมหยุดพัก เต่าก็เพียรพยายามไล่ตามอย่างไม่ลดละการหันหน้าหากันและจับมือช่วยเหลือกันอย่างจริงใจนั้นเป็นเรื่องยากยิ่ง   แล้วที่สุดของที่สุดจะหยุดตรงไหนย้อนมองมาที่โรงเรียน การจัดการเรียนการสอนของครูเรานั้นให้แง่คิดและมุมมองใดแก่เด็ก เพราะในบางสถานการณ์เราก็เป็นเช่นกระต่าย แต่บางโอกาสเราก็กลายเป็นเต่า  หากเอาเส้นชัยเป็นเป้าหมาย ก็ย่อมต้องมีผู้ชนะและผู้แพ้ ซึ่งเป็นสองสิ่งที่ยากจะบรรจบกัน หลักคิดที่จะปลูกฝังให้กับเด็กๆ นั้น ควรเป็นอย่างไร เพื่อให้เขาเหล่านั้นใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขบนความสมเหตุสมผล
     มีแนวคิด ทฤษฎีทั้งของฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกที่นำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตให้เป็นสุข ซึ่งครูเราสามารถค้นคว้ามาใช้สำหรับเติมเต็มเป็นหลักคิดให้นักเรียนได้ แต่ทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ คือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง เพราะได้ตอบโจทย์ที่เหมาะกับความเป็นไทยมากที่สุด กล่าวคือ โครงสร้างของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มี  3 ระดับ เริ่มตั้งแต่จัดการตนเองให้มั่นคง ต่อด้วยการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง และสรุปด้วยการสร้างเครือข่ายองค์กรที่ยั่งยืน ในแต่ละระดับจะมี 3 องค์ประกอบ คอยหล่อเลี้ยงให้วงจรขับเคลื่อนไปอย่างสมดุล  ได้แก่ พอประมาณ  มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน โดยมีความรู้และคุณธรรมเป็นหางเสือ ซึ่งเราจะพบว่าหลักการนี้ ไม่มีแพ้ ไม่มีชนะ มีเพียงเส้นชัยที่เราเห็นร่วมกันเท่านั้น    ในภาษาทางการทูตเรียกว่า win-win  คือได้รับประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย
   เมื่อเด็กๆ มีหลักคิดที่ดีและนำสู่การปฏิบัติได้ถูกการปรับทิศของสังคมให้ไปในทางที่เหมาะควรก็เป็นเรื่องไม่ไกลเกินเอื้อม  ซึ่งผลกระทบในระดับจุลภาคนี้จะเป็นตัวชี้นำความเป็นมหภาคด้วยเช่นเดียวกัน

       ถ้าตอนจบของนิทานกระต่ายกับเต่า มิใช่เต่าเข้าเส้นชัยเพราะพากเพียรและมิใช่กระต่ายตื่นขึ้นมาทันแล้วรีบวิ่งเข้าเส้นชัยก่อน หากแต่เป็นภาพที่ เต่าปลุกกระต่ายให้ตื่นขึ้นมาแล้วจูงมือกันเดินเข้าเส้นชัยอย่างเป็นสุขนั้น จะดีเพียงใด และคงไม่ทำให้ท่านอิสป ฟื้นขึ้นมาเอาเรื่องกับพวกเราหรอกกระมัง

ขอบคุณข้อมูล : 
เศรษฐกิจพอเพียง.net  และบทเพลงกระต่ายกับเต่า ของคาราวาน

...คนเด่นประจำเดือน....
เด็กชายผดุงเกียรติ  ทองคำ
น้องยิม
25 สิงหาคม 2543
ตำแหน่ง
ประธานนักเรียน
ร.ร.รัฐราษฎร์พัฒนา
ความภูมิใจ  เหรียญเงิน ลำดับ 43 จากงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคปี 2555 รายการ โปรแกรม GSP 
           ตั้งใจเรียนวันนี้  อนาคตดีวันหน้า